บทความ
ทำความเข้าใจ Total Value Lockedในคริปโต : สำคัญอย่างไร
ทำความเข้าใจ Total Value Lockedในคริปโต : สำคัญอย่างไร? TVL คืออะไร? ทําไมถึงสําคัญต่อการตัดสินใจลงทุน? บทความนี้จะสรุปข้อมูลสําคัญของ Total Value Locked (TVL) TVL คืออะไร? Total Value Locked (TVL) คือ ตัวชี้วัดมูลค่ารวมสินทรัพย์ดิจิทัลในหน่วยดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกฝากหรือ “ล็อก” ไว้ในระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) หรือแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ (DApp) สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้สามารถรวมถึง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), หรือ stablecoin เช่น Tether USDT, USD Coin (USDC) โดย ณ ปัจจุบันมูลค่าของ TVL ที่อยู่บนทุกเครือข่ายมีมูลค่าที่ $107,268,406,402 และบนเครือข่าย Euthereum เป็นเครือข่ายที่มีมูลค่าของ TVL สูงสุดอยู่ที่ $54,435,273,189 (ข้อมูลจาก Coingecko ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2025) Top Blockchains by Total Value Locked (TVL) — ที่มา Coingecko วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2025 วิธีการดูจํานวน TVL Total Value Locked หรือ TVL จะคำนวณโดยการรวมมูลค่าทั้งหมดของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกบนแพลตฟอร์ม DeFi หรือ DApps นั้น ๆ ส่วนสินทรัพย์ดิจิทัล คือ สกุลเงินดิจิทัลหรือเหรียญ Stablecoin ที่ถูกใช้เป็นหลักประกันสำหรับเงินกู้ หรือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับแพลตฟอร์ม สามารถดูรายละเอียดของสินทรัพย์ได้ดังนี้ สามารถคํานวนหารวมมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด = จํานวนของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกล็อกเอาไว้ เช่น สินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน, สินทรัพย์ที่นำมา Staking, สินทรัพย์เพื่อการกู้ยืม ยกตัวอย่าง แพลตฟอร์ม DeFi บอกว่า มี Ether มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์, Bitcoin มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และ Etherมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ที่ถูกล็อก นั้นหมายความว่ามูลค่า TVL ของแพลตฟอร์มนั้นมีมูลค่ารวม 2,500 ล้านดอลลาร์ ในปัจจุบันมีเครื่องมือสําหรับการดูค่าของ TVL มากมาย เช่น DeFiLama หรือ Token Terminal ที่สามารถแสดงค่าและคํานวนได้หลากหลาย time variations นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการวิเคราะห์เพื่อการลงทุน ความสำคัญของ TVL บอกอะไรกับนักลงทุน? TVL ถือเป็นค่าวัด (metric) สําคัญของนักลงทุนเพราะค่าของ TVL จะช่วยบอกนักลงทุนถึงความเสี่ยงและผลประโยชน์หากจะทําการตัดสินใจลงทุนในแพลตฟอร์ม DeFi นั้น ๆ ถ้าหากว่าแพลตฟอร์มชนิดนั้นมีมูลค่าของการล็อกสสินทรัพย์ดิจิทัลที่สูง นั้นจะหมายความว่าแพลตฟอร์มชนิดนั้นมีความปลอดภัยที่สูงและมีความเชื่อถือจากนักลงทุนคริปโต บริบทของ TVL จะคล้าย ๆ กับธนาคาร นักลงทุนจะวิเคราะห์จากระดับเงินฝากที่สถาบันถืออยู่ ถ้าหากธนาคารมีเงินฝากที่สูง ก็สามารถสร้างรายได้โดยการให้กู้ยืมหรือลงทุนเงินนั้นได้ หากเงินฝากลดลง ก็จะเป็นตรงกันข้าม ธนาคารจะมีรายได้ที่น้อยลง เนื่องจากมีการให้กู้ยืมไม่ได้มากเท่าที่ควร ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า TVL 1. Liquidity — การที่มีสภาพคล่องใน protocol liquidity pool ส่งผลโดยตรงต่อ TVL โดยสภาพคล่องที่มากขึ้นจะกระตุ้นให้ผู้ใช้ล็อกสินทรัพย์ ซึ่งจะเพิ่ม TVL 2.Staking — รางวัลการ Stake ที่สูงขึ้นจะกระตุ้นให้มีการล็อกสินทรัพย์ ทำให้ TVL เพิ่มขึ้น rewards มักจะถูกแจกจ่ายตามมูลค่าที่ถูกล็อก 3.Yield Farming — Yield Farming ที่น่าสนใจจะกระตุ้นให้ผู้ใช้ล็อกสินทรัพย์เพื่อรับโทเคนหรือรางวัลเพิ่มเติม ส่งผลให้ TVL เพิ่มขึ้น 4.Market Volatility — สภาวะตลาดที่ผันผวนสามารถส่งผลกระทบต่อ TVL ได้ เนื่องจากผู้ใช้อาจถอนสินทรัพย์ในช่วงตลาดขาลง หรือล็อกสินทรัพย์มากขึ้นในช่วงตลาดขาขึ้น 5.Protocol Features and Utility — คุณสมบัติเฉพาะและกรณีการใช้งานของโปรโตคอลสามารถดึงดูดผู้ใช้ ซึ่งจะนำไปสู่ TVL ที่สูงขึ้นได้ ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้ TVL TVL ถือว่าเป็นค่าวัด (metric) ที่สําคัญในการตัดสินใจของนักลงทุน แต่ TVL ยังมีข้อจํากัดในหลาย ๆ ด้านอยู่เช่น 1.Misleading Liquidity — การที่มีค่า TVL ที่สูงไม่ได้หมายความว่ามีสภาพคล่องที่สูงเช่นกันเนื่องจากสินทรัพย์อาจขาดสภาพคล่องหรือซื้อขายได้ยาก 2.Inflated TVL — บางโปรโตคอลอาจอาจปั่นตัวเลข TVL ให้สูงเกินจริงโดยการเสนอรางวัลการ stake ที่สูง หรือผ่านแรงจูงใจอื่น ๆ เพื่อที่จะดึงดูดให้ผู้ใช้ล็อกสินทรัพย์ชั่วคราว (temporary) 3.Market Volatility — TVL มีความไวต่อความผันผวนของตลาด โดยผู้ใช้อาจถอนสินทรัพย์ในช่วงตลาดขาลง หรือล็อกสินทรัพย์มากขึ้นในช่วงตลาดขาขึ้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ความผันผวนระยะสั้นใน TVL ซึ่งจะไม่ได้สะท้อนถึงการเติบโตระยะยาวของโปรโตคอล ข้อสรุปของ Total Value Locked (TVL) – TVL หรือ Total Value Locked คือมูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกล็อคไว้ในโปรโตคอล DeFi ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความนิยมและความเชื่อถือของโปรโตคอลนั้น ๆ โดยคำนวณจากการรวมมูลค่าของสินทรัพย์ต่างๆ เช่น Bitcoin, Ethereum และ stablecoins ที่ถูกล็อคไว้ – TVL มีความสำคัญต่อนักลงทุนเพราะช่วยบ่งชี้ความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน โดย TVL ที่สูงมักหมายถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น แต่ยังมีข้อจํากัดและข้อระวังอยู่ ที่มา: ECOS, Investopedia, Plisio, CoinMarketCap Academy, CoinGecko — — — — — — — — คําเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ — — — — — — — — Understand TVL in Crypto: Why is it Important What is TVL? Why is it important in investing? This article will summarize the important aspects about Total Value Locked (TVL) What is TVL? Total Value Locked (TVL) is a metric that represents the total value of digital assets, in US dollars, that are being “locked” in a decentralized finance (DeFi) or decentralized applications (DApps). The digital assets may include Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), stablecoin, Tether USDT, USD Coin (USDC) etc. In the current date, the value of TVL across all blockchains is valued at $107,268,406,402 and Ethereum blockchain has the highest value of TVL valued at $54,435,273,189 (Data from Coingecko, 26 February 2025) Top Blockchains by Total Value Locked (TVL) — Source: Coingecko February 26, 2025 How to check TVL Total Value Locked (TVL) is calculated by summing up the total value of digital assets locked within a DeFi platform or DApp. These digital assets include cryptocurrencies or stablecoins used as collateral for loans or to provide liquidity to the platform. The details of the digital assets can be as the following: The total value of digital assets locked can be calculated as the sum of all locked digital assets, including collateralized assets, staked assets, and assets used for lending. For example, if a DeFi platform reports having $1 billion worth of Ether, $1 billion worth of Bitcoin, and an additional $500 million worth of Ether locked, the platform’s total TVL would be $2.5 billion. Currently, there are many tools available for tracking TVL, such as DeFiLlama and Token Terminal, which provide data across various time variations. Most investors use these tools for analysis and investment decision-making. The importance of TVL and what it tells investors Total Value Locked (TVL) is an important metric for investors because the value of TVL reflects the risks and benefits if investors are going to invest in a particular DeFi platform. If a particular platform has a high TVL, it suggests that the platform is secure and highly trusted from investors. In this context, the concept of TVL is similar to banks. Investors analyze a financial institution based on its deposit levels — higher deposits mean the bank can generate revenue through lending and investments. Conversely, if deposits decrease, the bank’s ability to lend and generate income is reduced. Factors That Influence TVL 1. Liquidity — Liquidity in protocol liquidity pools directly impacts the TVL. Having a higher liquidity encourages users to lock their assets in the platform. 2. Staking — Higher staking returns highly encourage investors to lock assets, leading to a rise in TVL. Rewards are often distributed based on the locked asset value. 3.Yield Farming — Attracting yield farming could encourage investors to lock their assets in exchange for rewards or tokens, which could lead to a higher TVL. 4. Market Volatility — Market fluctuations have a direct impact on the TVL. Investors could withdraw their assets when the market is declining or lock more assets during an uptrend. 5. Protocol Features and Utility — Unique protocol features and use cases can attract users, leading to a higher TVL. Limitations and Cautions When Using TVL TVL is an important metric for investors, but it also has several limitations: 1.Misleading Liquidity — A high TVL does not always mean high liquidity, as some assets may be illiquid or difficult to trade. 2.Inflated TVL — Some protocols may inflate TVL by offering high staking rewards or other incentives to temporarily attract users to lock assets. 3.Market Volatility — TVL is highly sensitive to market fluctuations. Users may withdraw assets during downturns or lock more during uptrends, leading to short-term volatility that does not necessarily reflect a protocol’s long-term growth. Summary of TVL – TVL (Total Value Locked) is the total value of digital assets locked in a DeFi protocol. It is a key metric that reflects the popularity and trustworthiness of a protocol, calculated by summing up the value of assets such as Bitcoin, Ethereum, and stablecoins that are locked. – TVL is important for investors as it indicates risks and investment opportunities. A high TVL often suggests greater security and credibility, but there are also limitations and risks to consider. Sources: ECOS, Investopedia, Plisio, CoinMarketCap Academy, CoinGecko — — — — — — — — Disclaimer: Cryptocurrency and digital tokens involve high risks; investors may lose all investment money and should study information carefully and make investments according to their own risk profile. ทำความเข้าใจ Total Value Lockedในคริปโต : สำคัญอย่างไร was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.
ทำความรู้จัก Chainlink เครือข่าย Oracle อัจฉริยะเชื่อมโลกแห่งข้อมูลและบล็อกเชน
Chainlink (LINK) คืออะไร? Chainlink คือ เลเยอร์บนบล็อกเชนที่ช่วยในการเชื่อมต่อสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ได้ทั่วโลกผ่าน Oracle Network โดย Chainlink ช่วยให้บล็อกเชนเชื่อมกับแหล่งข้อมูลภายนอกได้และวิธีในการชําระเงินได้อย่างปลอดภัย ทำให้สัญญาอัจฉริยะกลายเป็นรูปแบบที่สำคัญที่สุดของข้อตกลงดิจิทัล เครือข่าย Chainlink ถูกขับเคลื่อนโดยชุมขนโอเพ่นซอร์ส (Open-source community) ที่ถูกประกอบไปด้วยผู้ให้ข้อมูล, ผู้ดําเนินการโหนด (nodes), ผู้พัฒนา, นักวิจัย, ผู้ตรวจสอบความปลอดภัย โดยตัวบริษัทมุ่งมั่นที่จะรับรองการใช้งานแบบกระจายศูนย์แบบเปิดกว้างสําหรับผู้ดําเนินการและผู้ใช้โหนดในการมีส่วนร่วมกับเครือข่าย Chainlink ทํางานอย่างไร? Chainlink เชื่อมต่อสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) กับข้อมูลภายนอกผ่าน Oracle Network โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้ 1. Request & Agreement: นักพัฒนาบนบล็อกเชนจะส่งข้อตกลงระดับบริการ (SLA) ที่ระบุข้อมูลที่ต้องการ และทําการฝากโทเคน LINK เป็นค่าตอบแทนบน Oracle 2. Oracle Selection: Chainlink จะทําการจับคู่คําร้องกับ Oracle ที่มีข้อมูลที่น่าเชื่ออถือมากที่สุด 3. Data Processing: Oracle จะทําการดึงข้อมูลจากภายนอก นำมาประมวลผล และส่งต่อไปยัง Chainlink 4. Data Verification: หลังจากที่ Chainlink ได้รับข้อมูล Chainlink จะทําการคัดกรองข้อมูล และเลือกผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือมากที่สุด 5. Smart Contract Execution: ข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้วจะถูกส่งไปยังสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) Lending Protocol Terminology Explains — Source: Github Polygon-Academy จุดเด่นของ Chainlink 1. เป็นผู้บุกเบิกและมีการร่วมมือจากที่อื่น Chainlink ถือว่าเป็นเครือข่ายแรก ๆ ที่นําการรวมข้อมูลจากนอกบล็อกเชน (off-chain data) เข้ากับสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) และ Chainlink มีการร่วมมือกับแหล่งให้บริการข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ เช่น Brave New Coin, Alpha Vantage, และ Huobi 2. สร้างรายได้ผ่านเครือข่ายโหนด Chainlink เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เป็นผู้ดําเนินการโหนด (node operators) และสามารถรับรายได้จากการดูแลโครงการสําคัญบนบล็อกเชน และผู้ให้บริการสามารถเปิดสร้างรายได้จากการขายข้อมูลโดยตรงให้กับ Chainlink 3. รองรับและรักษาความปลอดภัยให้ DeFi มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ Chainlink เป็นเครือข่าย Oracle ที่รองรับโปรเจกต์ DeFi เช่น Synthetix, Aave, Compound และอีกมากมาย ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์ Chainlink decentralized services — ที่มา : Chainlink Whitepaper ผู้ก่อตั้ง Chainlink ผู้ก่อตั้ง Chainlink: Sergey Nazarov — ที่มา: CoinDesk Sergey Nazarov เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็น CEO ของ Chainlink Labs สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) และได้มุ่งเน้นไปในด้านของบริหารจัดการและปรัชญา จุดเริ่มต้นอาชีพของ Sergey Nazarov เรื่มจากการเป็นผู้ช่วยสอน (Teaching Fellow) ที่ NYU Stern School of Business และในปี 2009 เขาได้ก่อตั้ง ExistLocal ที่เป็นตลาดแบบ peer-to-peer ที่ให้ประสบการณ์แบบท้องถื่น ต่อมาในปี 2014 Nazarov ได้ร่วมมือกับ Steve Ellis และได้เปิดตัว Smart contract ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้สัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ในการเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกและระบบการชําระเงินธนาคารที่ได้รับความยอมรับแบบกว้างขวาง โทเคน LINK คืออะไร? โทเคน LINK (Chainlink) เป็น Native Token ของ Chainlink และเป็น Utilities Token ที่สามารถเอาไปใช้ในหลายวัตถุประสงค์บนเครือข่าย เช่น การตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและแม่นยํา รักษาเสถียรภาพของ smart contracts และการให้ผลตอบแทนแก่โหนด (nodes) โทเคน LINK เป็นโทเคนแบบ ERC 20 ที่มีคุณสมบัติของ ERC-223 เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งสามารช่วยใช้คําสั่ง “transfer and call” ในการตอบโต้กับสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ได้อย่างมีประสิธิภาพ ทั้งนี้หากมีการถือครองโทเคน LINK ในโหนดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอำนาจมากขึ้นภายในเครือข่ายที่ใช้กลไก Proof of Stake (PoS) การกระจายของเหรียญ LINK LINK Allocation — ที่มา: CoinGecko ข้อมูลจากเว็บไซต์ Coingecko ณ วันที่ 12 มี.ค. 2025 ระบุว่าโทเคน LINK มี Total supply ทั้งหมดอยู่ที่ 1,000,000,000 LINK และมี Circulating supply อยู่ที่ 638,099,970 LINK โทเคน LINK มีการแจกจ่ายดังนี้ — 30.00% — บริษัท — 35.00% — การเปิดขายโทเคนสาธารณะ — 35.00% — ผู้บริการโหนด และ ระบบนิเวศ ข้อมูลน่าสนใจด้านราคาของ LINK ข้อมูลจากเว็บไซต์ Coinmarketcap เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2025 เหรียญ LINK มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market cap) ที่ 8,151,541,874.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 275,812,901,458.41 บาท ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ เหรียญ LINK ซื้อขายกันอยู่ที่ราคาประมาณ 12.79 ดอลลาร์ หรือประมาณ 432.58 บาทต่อ 1 LINK โดย LINK เคยทำราคาสูงสุด (All-time high) ที่ 52.88 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,788.53 บาท ต่อ 1 LINK เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2021 อ้างอิง: CoinMarketCap, DevHub, CoinMarketCap Academy — — — — — — — — — — — — — — — — — คําเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ — — — — — — — — — — — — — — — — — Explore Chainlink: The Smart Oracle Network Bridging Data and Blockchain What is Chainlink (LINK)? Chainlink is a blockchain layer that enables the connection between smart contracts and external sources through the Oracle Network. Chainlink allows blockchain to interact with off-chain data and payment methods securely, which makes smart contracts the most important forms of digital payment. Chainlink network is being empowered by an open-source community that consists of data providers, node operators, smart contracts developers, researchers, and security audits. The company dedicates on ensuring an open and decentralized network, making users and node operators operate freely. How does Chainlink work? Chainlink connects smart contracts to external data sources through Oracle Network, the main steps are the following: 1. Request & Agreement: Blockchain developers submit a Service Level Agreement (SLA), specifying the required data and deposits LINK as compensation on Oracle. 2. Oracle Selection: Chainlink with match the request with the most trusted Oracle providers 3. Data Processing: Oracle will extract external data sources and process before sending to Chainlink. 4. Data Verification: Chainlink will filter and verify the information for the most reliable result. 5. Smart Contract Execution: Information that has been verified will be sent to smart contracts. Lending Protocol Terminology Explains — Source: Github Polygon-Academy Key Features of Chainlink 1. Pioneer in Oracle with Strong Partnerships Chainlink is considered the first few networks that integrate off-chain data with smart contracts. Chainlink has partnered with reliable data providers such as Brave New Coin, Alpha Vantage, and Huobi. 2. Income through Node Operators Chainlink opens up opportunities for node operators and earn revenue by maintaining blockchain projects. Data providers could also earn revenue by selling their data to Chainlink. 3. Securing Billions of DeFi assets Chainlink serves as the Oracle Network that supports major DeFi projects such as Synthetix, Aave, Compound, and many others, securing billions of dollars. Chainlink decentralized services — Source: Chainlink Whitepaper Who Founded Chainlink? Founder of Chainlink: Sergey Nazarov — Source: CoinDesk Sergey Nazarov is the co-founder and CEO of Chainlink Labs. Sergey holds a Bachelor’s degree in Business Administration at New York University (NYU), focusing on philosophy and management. He began his career as a teaching fellow at NYU Stern School of Business. In 2009, Sergey Nazarov founded ExistLocal, which is a peer-to-peer market for local experiences. Later in 2014, he partnered with Steve Ellis and launched a smart contract platforms that connect external platforms with blockchain payment systems. What is the LINK Token? LINK token is a native utility token of the Chainlink network, providing multiple purposes such as data validation, smart contract stability, and incentives for node operators. In addition, the LINK token is an ERC-20 token with additional features of ERC-223, which enables smooth and efficient interactions with smart contracts using “transfer and call” command. Chainlink operates on a Proof-of-Stake (PoS) mechanism, where holding more LINK tokens leads to having more influence on the network. LINK Token Distribution LINK Allocation — Source: CoinGecko According to Coingecko data as of March 12, 2025, the total supply of LINK tokens is 1,000,000,000 GLM, with a circulating supply of 638,099,970 LINK. The LINK tokens are distributed as follows: — 30.00% — Company — 35.00% — Public Token Sale — 35.00% — Node Operators & Ecosystem Interesting Facts About LINK’s Price According to Coinmarketcap data on March 12, 2025, LINK has a market capitalization of $8,151,541,874.22, or 275,812,901,458.41 Thai Baht. At the time of writing, LINK is trading at approximately 12.79 USD, or about 432.58 THB per LINK. LINK reached its all-time high of 52.88 USD, or about 1,788.53 THB, on May 10, 2021. Sources: CoinMarketCap, DevHub, CoinMarketCap Academy — — — — — — — — — — — — — — — — — Disclaimer: Cryptocurrency and digital tokens involve high risks; investors may lose all investment money and should study information carefully and make investments according to their own risk profile. ทำความรู้จัก Chainlink เครือข่าย Oracle อัจฉริยะเชื่อมโลกแห่งข้อมูลและบล็อกเชน was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.
KUB Coin เหรียญจาก KUB Chain บล็อกเชนของคนไทย เครือข่ายที่พร้อมเดินหน้าที่สู่การเป็นบล็อกเชนสาธารณะ
KUB Coin เหรียญจาก KUB Chain บล็อกเชนของคนไทย เครือข่ายที่พร้อมเดินหน้าที่สู่การเป็นบล็อกเชนสาธารณะ
TNSR โทเคนจาก Tensor ตลาดซื้อขาย NFT ขนาดอันดับ 1 บนเครือข่าย Solana
Tensor คืออะไร? Tensor เป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย NFT อันดับ 1 บนเครือข่าย Solana ครองส่วนแบ่งประมาณ 60–70 % ที่กลายมาเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย NFT (ที่มา DappRadar 27 ธ.ค. 2024) ใช้เทคโนโลยี Automated Market Maker (AMM) ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพการซื้อขาย ทำให้ซื้อขาย NFT ได้ง่ายขึ้น, มีฟีเจอร์ที่ปรับต้นทุนการจัดเก็บและธุรกรรมให้เหมาะสมที่สุด กราฟแสดงปริมาณการซื้อขายรายวันของ NFT บนเครือข่าย Solana จากตลาดการซื้อขาย Tensorswap และ Magiceden — ที่มา : The Block ฟีเจอร์เด่นของ Tensor สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน NFT Tensor AMM หรือที่เรียกว่า TensorSwap เป็นตลาด NFT แบบอัตโนมัติของ Tensor มีลักษณะคล้ายกับการทำงานของ automated market maker (AMM) บน DeFi การทำงานของ Tensor AMM มีลักษณะแตกต่างจากตลาดการซื้อขาย NFT รายอื่นๆ อย่าง Magic Eden หรือ OpenSea ที่มีอำนวยความสะดวกในเรื่องการสร้างรายได้ การกำหนดค่าธรรมเนียมของผู้สร้าง และรับรางวัลสำหรับกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ TensorSwap ยังช่วยจัดการพอร์ตโฟลิโอ NFT ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อ NFT ในราคาต่ำและขายได้ในราคาสูงเพื่อระวังการซื้อขายที่เกิดขึ้นฉับพลันจากอารมณ์ของตลาด Tensor Price Lock ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดราคา NFT ในรูปแบบ long หรือ short ได้ด้วยการล็อกราคาไว้เป็นเวลา 7 วัน โดยผู้ที่เป็นผู้รับ (ผู้ซื้อล็อกราคา) หรือเป็นผู้สร้าง (ผู้ให้ทุนล็อกราคา) Tensor Shared Escrow ฟีเจอร์ช่วยให้เสนอราคา NFT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเสนอราคาได้หลายรายการพร้อมกัน YOLO Buy ฟีเจอร์สำหรับประมูล NFT ที่ชื่นชอบโดยจ่ายค่าธรรมเนียมที่ไม่สามารถขอคืนได้ ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมที่ระบุไว้ โดยการเสนอราคามากขึ้น คุณจะมีโอกาสชนะ NFT มากขึ้น โดยมีโอกาสสูงถึง 75% ผู้ชนะจะถูกกำหนดโดยการสุ่ม ซึ่งแม้แต่ผู้ที่แพ้การประมูลก็ยังได้รับรางวัล Tokenomics และการใช้งานโทเคน TNSR TNSR เป็น Governance Token สำหรับชุมชนเพื่อจัดการ พารามิเตอร์หลักของ Tensor protocols ผู้ถือสามารถใช้โทเคน เพื่อรับส่วนลดเมื่อมีการซื้อขายบนโปรโตคอล และกำกับดูแลลงคะแนนเสียง ในการคิดอัตราเงินเฟ้อที่สมเหตุสมผล เมื่อโทเคนแพร่ออกไปสู่คลังของชุมชน โทเคน TNSR มีอุปทานทั้งหมด 1 พันล้านโทเคน โดยการการแจกจ่าย TNSR ครั้งแรกมีดังนี้: — 55% หรือ 550,000,000 TNSR ให้กับชุมชน แบ่งออกเป็นจำนวน 12.5% เป็นการแจก Airdrop ครั้งแรก และอีก 2.3% เป็นการแจก Airdrop สำหรับผู้ใช้งานขั้นสูง — 27% หรือ 270,000,000 TNSR ให้กับผู้สนับสนุนหลัก — 9% หรือ 90,000,000 TNSR ให้กับนักลงทุนและที่ปรึกษา — 9% หรือ 90,000,000 TNSR สำรองไว้สำหรับการระดมทุนและการพัฒนาในอนาคต Token TNSR Distribution — ที่มา TNSR Tokenomics ข้อมูลน่าสนใจด้านราคาของ TNSR ข้อมูลจากเว็บไซต์ Coinmarketcap เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2025 เหรียญ TNSR มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market cap) ที่ 78,328,444 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,660,861,499 บาท ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ โทเคน TNSR ซื้อขายกันอยู่ที่ราคาประมาณ 0.2200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7.38 บาทต่อ 1 TNSR โดย TNSR เคยทำราคาสูงสุด (All-time high) ที่ 2.45 ดอลลาร์ หรือ 83 บาท ต่อ 1 TNSR เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2024 อ้างอิง: Tensor Docs, CoinMarketCap, DappRadar, Theblock — — — — — — — — — — — — — — — — — คำเตือน: - สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ - ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต — — — — — — — — — — — — — — — — — Tensor Introduces TNSR Token: A Milestone for Solana’s NFT Ecosystem What is Tensor? Tensor is the #1 NFT marketplace platform on the Solana network, holding approximately 60–70% market share. It has become a central hub for NFT trading (source: DappRadar, December 27, 2024). Tensor uses Automated Market Maker (AMM) technology to increase liquidity and trading efficiency, making it easier to buy and sell NFTs. It also has features that optimize storage costs and transaction fees. Comparison of Daily NFT Trading Volume on Solana: Tensorswap and Magiceden — Source: The Block Tensor’s Key Features for NFT Infrastructure Tensor AMM (TensorSwap): This is Tensor’s automated NFT marketplace. Similar to how automated market makers (AMMs) work in DeFi, Tensor AMM differs from other NFT marketplaces like Magic Eden or OpenSea. It facilitates revenue generation, allows creators to configure fees, and provides rewards for platform activity. TensorSwap also helps with NFT portfolio management, enabling users to buy low and sell high, mitigating impulsive trading decisions driven by market sentiment. Tensor Price Lock: This new feature allows users to essentially “long” or “short” NFTs by locking in a price for 7 days. This can be done by either the “taker” (the buyer locking the price) or the “maker” (the one providing the capital for the price lock). Tensor Shared Escrow: This feature enables efficient NFT bidding by allowing users to place multiple bids simultaneously. YOLO Buy: This feature is for bidding on your favorite NFTs by paying a non-refundable fee, which is a percentage of the listed price. By bidding more, you increase your chances of winning the NFT, with a maximum chance of 75%. The winner is determined randomly, and even those who lose the bid still receive rewards. Tokenomics and Utility of the TNSR Token TNSR is a governance token for the community to manage the key parameters of the Tensor protocol. Holders can use the token to receive discounts on trades within the protocol and participate in governance by voting on proposals, such as determining a reasonable inflation rate as the token distribution expands to the community treasury. TNSR has a total supply of 1 billion tokens. The initial distribution of TNSR is as follows: — 55% (550,000,000 TNSR) to the community: This is divided into 12.5% for an initial airdrop and 2.3% for airdrops to power users. — 27% (270,000,000 TNSR) to core contributors — 9% (90,000,000 TNSR) to investors and advisors — 9% (90,000,000 TNSR) reserved for future fundraising and development Token TNSR Distribution — ที่มา TNSR Tokenomics Interesting Price Information for TNSR As of March 25, 2025, according to the CoinMarketCap website, the TNSR token has a market capitalization of $78,328,444 USD, or approximately 2,660,861,499 THB. At the time of writing this article, the TNSR token is trading at around $0.2200 USD, or approximately 7.38 THB per TNSR. The token previously reached its all-time high (ATH) of $2.45 USD, or 83 THB per TNSR, on April 8, 2024. Source: Tensor Docs, CoinMarketCap, DappRadar, Theblock — — — — — — — — — — — — — — — — — — Disclaimer: -Digital assets involve risks; investors should study information carefully and make investments according to their own risk profile. -Past Returns do not guarantee future returns/performance. — — — — — — — — — — — — — — — — — — TNSR โทเคนจาก Tensor ตลาดซื้อขาย NFT ขนาดอันดับ 1 บนเครือข่าย Solana was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

Learn and Earn LIVE เรียนและตอบคำถาม รับเหรียญ INJ มูลค่า 200 บาท
กิจกรรม: Learn and Earn LIVE เรียนและตอบคำถาม รับเหรียญ INJ มูลค่า 200 บาท ระหว่าง: วันที่ 27 มี.ค. 68 เวลา 19:00–20:00 น. ลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 24–27 มี.ค. 68 คลิก: https://form.bitkub.com/learn-and-earn-inj-mar25 ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรม 1.กิจกรรม Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ INJ มูลค่า 200 บาท (“กิจกรรม”) นี้ จัดขึ้นโดย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จํากัด (“บริษัทฯ”) 2.กิจกรรมนี้เริ่มวันที่ 27 มี.ค. 68 3.ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านลิงก์ https://form.bitkub.com/learn-and-earn-inj-mar25 ระหว่างวันที่ 24–27 มี.ค. 68 4.ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องตอบคำถามเพื่อรับของรางวัล ผ่านรายการ Learn and Earn LIVE วันที่ 27 มี.ค. 68 เวลา 19:00–20:00 น. บนเพจ Facebook : Bitkub 5.ของรางวัล คือ เหรียญ INJ มูลค่า 200 บาท หรือจำนวน 0.414 เหรียญ/รางวัล (คำนวณราคาเหรียญ INJ ณ วันที่ 1 มี.ค. 68 ประมาณ 482.74 บาท/เหรียญ) จำนวน 200 สิทธิ์ 6.ขอสงวนสิทธิ์การมอบของรางวัลให้ผู้ร่วมกิจกรรม ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้- ผู้ที่กรอกแบบฟอร์มเข้าร่วมกิจกรรมถูกต้องและครบถ้วน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าที่กรอกชื่อไม่ตรงตามบัญชี Facebook จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมทุกประการ- ผู้ที่ตอบคำถามผ่านรายการ Learn and Earn LIVE ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด- ผู้ที่มีบัญชี Bitkub Exchange และผ่านการยืนยันตัวตนลำดับที่ 1 ขึ้นไป ณ วันที่เข้าร่วมกิจกรรม 7.วิธีการกรอกชื่อ Facebook ลงในแบบฟอร์ม(1) กรอกชื่อ Facebook ตรงตามที่แสดงอยู่บนหน้าเพจหรือโปร์ไฟล์(2) ต้องระบุเว้นวรรค สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ตรงตามบัญชี Facebook ทุกประการ หากมีการเว้นวรรคหรือกรอกชื่อไม่ตรงตามบัญชี Facebook ระบบจะไม่สามารถดึงข้อมูลได้ เช่น ชื่อ Facebook ของท่านคือ Bitkub Exchange ต้องระบุว่า “Bitkub Exchange”(3) หากชื่อบัญชี Facebook มีอักขระ หรือสัญลักษณ์พิเศษ โปรดกรอกตามประเภทแป้นพิมพ์ ตามจริงที่แสดงบนบัญชี Facebook เช่น ชื่อบัญชี Facebook ของท่านคือ Kitty’ Nina โปรดตรวจสอบเครื่องหมาย ‘ บนชื่อของท่านว่าใช้แป้นพิมพ์ในหมวดภาษาเดียวกัน หากชื่อบน Facebook ของท่านใช้เครื่องหมาย ‘ โดยใช้แป้นพิมพ์หมวดภาษาอังกฤษ ให้ใช้เครื่องหมายจากประเภทแป้นพิมพ์เดียวกัน หากท่านกรอกเข้ามาโดยพิมพ์สัญลักษณ์ ’ เป็นภาษาไทย ระบบจะถือว่าไม่ตรงกัน 8.ทางบริษัทฯ จะพิจารณายึดข้อมูลจากลำดับเวลาของการตอบคำถามถูกต้องและรวดเร็วที่สุด จำนวน 200 ท่านแรก 9.ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และผ่านการอบรมความรู้ เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีเบื้องต้นจากลิงก์ที่แนบไว้ในแบบฟอร์ม 10.บริษัทขอสงวนสิทธิ์การลงทะเบียน 1 อีเมล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange ต่อ 1 บัญชี Facebook เท่านั้น 11.ขอสงวนสิทธิ์การรับของรางวัล 1 รางวัล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange เท่านั้น 12.บริษัทขอสงวนสิทธิ์การลงทะเบียนซ้ำ หากมีการลงทะเบียนมากกว่า 1 ครั้ง บริษัทจะยึดข้อมูลการลงทะเบียนครั้งแรกเท่านั้น 13.ทางบริษัทฯ จะทำการโอนเหรียญ และส่งอีเมลยืนยันสิทธิ์ให้กับผู้ที่ได้รับรางวัล ที่ทำถูกต้องตามเงื่อนไขของกิจกรรม ภายใน 60 วันทำการ หลังสิ้นสุดระยะเวลากิจกรรม 14.ทางบริษัทฯ จะดําเนินการลบข้อมูลของลูกค้าที่กรอกแบบฟอร์ม ภายใน 365 วัน หลังจากจบระยะเวลากิจกรรม 15.ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเปลี่ยนเป็นของรางวัลชนิดอื่นได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ 16.ผู้ร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าตอบแทน ค่าเสียหายของสินค้า หรือของรางวัล หากชำรุดเมื่อได้รับของรางวัลไปแล้ว หรือเกิดความเสียหาย หรือสูญหายระหว่างขนส่ง หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าทางแพ่ง หรือทางอาญา 17.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกิจกรรม โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 วันทำการ 18.ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบิทคับได้ที่นี่ https://onelink.bitkub.com/aHvr/gtbl7nio *สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ Learn and Earn LIVE เรียนและตอบคำถาม รับเหรียญ INJ มูลค่า 200 บาท was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ข่าวรายสัปดาห์ 15–21 มีนาคม: Bitcoin แตะ $86,000 หลัง Fed ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย | Stablecoin…
ข่าวรายสัปดาห์ 15–21 มีนาคม: Bitcoin แตะ $86,000 หลัง Fed ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย | Stablecoin เติบโต 53% ในหนึ่งปี | รัฐนอร์ทแคโรไลนาและมินนิโซตาออกกฎหมายขยายการใช้งาน Bitcoin
ทำความรู้จัก Golem แพลตฟอร์มที่สามารถเช่าพลังประมวลผลสําหรับ CGI Rendering
Golem (GLM) คืออะไร? Golem เป็นแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ที่ทำให้การเข้าถึงพลังการประมวล (computing power) เป็นรูปแบบไม่มีตัวกลาง เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งาน หรือเข้าถึงทรัพยากรเพิ่มเติมตามความต้องการ โดยแพลตฟอร์มนี้ทำงานบน Ethereum และใช้โทเคน Golem Network Token (GLM) สำหรับการทำธุรกรรม โดยการที่ Golem เป็น blockchain-based software ส่งผลให้มีความสะดวกในการซื้อขายพลังการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ สำหรับวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การขุดสกุลเงินดิจิทัล, การเรนเดอร์ CGI และการคำนวณที่ซับซ้อนอื่น ๆ Golem ทํางานอย่างไร? Golem ทํางานบนเครือข่าย Ethereum ซึ่งมอบความปลอดภัยและความโปร่งใสสําหรับการทําธุรกรรม เช่นเดียวกับเครือข่าย Ethereum ที่เด่นเรื่องของสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ซึ่งช่วยให้สามารถทำข้อตกลงระหว่างกันได้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อผู้ใช้ (Requestor) ต้องการซื้อพลังประมวลผลและอีกผู้ใช้ (Provider) เสนอทรัพยากรได้อย่างเพียงพอ และระบบจะดำเนินธุรกรรมอย่างราบรื่นและปลอดภัย ด้วยความที่ Golem ทำงานด้วยแบบกระจายอำนาจ (Decentralized) หมายความว่า การกระจายความสามารถต่าง ๆ สามารถกระจายไปยังหลายผู้ใช้งานหรือผู้ให้บริการได้ วิธีการนี้เรียกว่า Parallel processing ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการดําเนินการและคํานวนที่ซับซ้อน เช่น ผู้ใช้งานต้องการเรนเดอร์วีดีโอที่มีความละเอียดสูง ทางระบบสามารถประมวลผลไปยังหลากหลาย Providers ได้ ซึ่งจะช่วยลดระยะการเรนเดอร์ได้อย่างมาก จุดเด่นของ Golem – การเรนเดอร์ CGI: Golem ช่วยให้ผู้ใช้งานหรือศิลปินที่ต้องการใช้ CGI สามารถเช่า พลังการประมวลผลจากผู้ใช้รายอื่นได้โดยที่ไม่ต้องไปใช้บริการ cloud-based services อื่น ๆ ที่มีราคาที่แพงหรือต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เครื่องของตนเอง – Application Registry ของ Golem: Application Registry เป็น smart contract บน Ethereum ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถอัปโหลดและเผยแพร่แอปพลิเคชันบนเครือข่าย Golem ได้แบบกระจายศูนย์ ช่วยให้ผู้ที่ต้องการใช้งานค้นหาเครื่องมือที่ต้องการ และให้ Providers ควบคุมแอปพลิเคชันที่พวกเขาเลือกใช้งาน ทีมพัฒนา Golem Golem Network ถูกต่อตั้งในปี 2018 โดย Julian Zawistowski (CEO & Founder), Piotr “Viggith” Janiuk (CTO & Co-founder), Andrzej Regulski (COO & Co-founder ) เหล่าผู้ร่วมก่อตั้งได้ก่อตั้ง Golem Factory ก่อนในปี 2016 และหลังจากนั้น 2 ปี ได้มีการเปิดตัว Golem Network ในส่วนของผู้ร่วมก่อตั้งแต่ละคนมีจุดเด่นและศักยภาพที่แตกต่างกันในการช่วยพัฒนา 1. Julian Zawistowski — จบการศึกษามาจาก Warsaw School of Economics ในสาขาวิชา International Politics & Economics โดย ณ ปัจจุบัน Zawistowski ดํารงตําแหน่งเป็นผู้อํานวยการ (CEO) ที่ Golem Foundation แต่ก่อนหน้าที่จะมาดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการ Zawistowski เคยเป็น CEO และ Founder ของ Golem Factory GmbH 2. Piotr “Viggith” Janiuk — จบการศึกษามาจาก University of Warsaw ในสาขาวิชา Mathematics & Computer Science ก่อนที่จะเริ่มเส้นทางอาชีพในด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดย ณ ปัจจุบัน Janiuk ดํารงตําเแหน่งเป็น Chief Technology Officer (CTO) และเป็น co-founder ของ Golem แต่ก่อนหน้าที่จะมาดํารงตําแหน่ง Janiuk ได้ร่วมงานกับ Chematica ในโครงการวางแผนสังเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ในปี 2015 3. Andrzej Regulski — จบการศึกษามาจาก Warsaw School of Economics โดย ณ ปัจจุบัน Regulski ดํารงตําแหน่งเป็นที่ปรึกษาที่ Golem Foundation แต่ก่อนหน้าที่จะมาดํารงตําแหน่งที่ปรึกษา Regulski เคยเป็น Chief Operating Officer (COO) และ co-founder ของ Golem Factory GmbH โทเคน GLM คืออะไร? GLM หรือ Golem Network Token เป็น Utility token ประจำเครือข่าย ใช้เพื่อเข้าถึงเครือข่าย และเป็นสกุลเงินที่ใช้ทำธุรกรรมสำหรับเช่าทรัพยากรดิจิทัล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดราคาประมูลเป็นจำนวน GLM ที่คุณยินดีจ่ายเพื่อเข้าถึงพลังประมวลผล สำหรับ Provider นั้นสามารถรับ GLM ได้โดยการประมวลผลให้กับผู้ที่ต้องใช้งานพลังประมวลผล โทเคน GLM ใช้ทําอะไรได้บ้าง GLM Token ใช้สำหรับรันแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์บน Golem Network เช่น การ deploy แอป, กระจายงาน Python ด้วย Ray on Golem และเร่งประสิทธิภาพโมเดล AI ด้วย GPU แบบกระจายศูนย์ – สามารถเข้าถึงพลังประมวลผลคอมพิวเตอร์ ที่หลากหลายบนเครือข่าย Golem รวมถึง CPU power สำหรับการเรนเดอร์ การประมวลผลข้อมูล และอัลกอริธึมที่ซับซ้อน – สามารถเอาไปปรับใข้แอปพลิเคชันหรือบริการที่ Dockerized บนเครือข่าย Golem แบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นเครื่องมือปรับใช้แบบไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่ – สามารถเอาไปใช้และปรับขนาดการทำงานให้ Python ด้วย Ray on Golem โซลูชันที่ผสานข้อดีของทรัพยากรแบบกระจายศูนย์ของ Golem เข้ากับ parallelization power ของเฟรมเวิร์ก Ray – สามารถเอาไปใช้งานกับโมเดล AI ด้วยพลังของ GPU แบบ consumer grade บนเครือข่าย Golem Network การกระจายของเหรียญ GLM ข้อมูลจากเว็บไซต์ CoinMarketCap ณ วันที่ 18 มี.ค. 2025 ระบุว่าโทเคน GLM มี Total supply ทั้งหมดอยู่ที่ 1,000,000,000 GLM และมี Circulating supply อยู่ที่ 1,000,000,000 GLM โทเคน GLM มีการแจกจ่ายดังนี้ — 82.00% — ผู้ช่วยระดมทุนแบบ Crowdfunding — 6.00% — ทีมงานของ Golem — 12.00% — Golem Factory GmbH ข้อมูลน่าสนใจด้านราคาของ GLM ข้อมูลจากเว็บไซต์ Coinmarketcap เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2025 เหรียญ GLM มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market cap) ที่ 296,704,322.36 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 9,969,646,102.6 บาท ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ เหรียญ GLM ซื้อขายกันอยู่ที่ราคาประมาณ 0.2969 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.96 บาทต่อ 1 GLM โดย GLM เคยทำราคาสูงสุด (All-time high) ที่ 1.25 ดอลลาร์ หรือประมาณ 42.92 บาท ต่อ 1 GLM เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2018 อ้างอิง: coinmarketcap academy , golem network , coinmarketcap — — — — — — — — — — — — — — — — — คำเตือน: – สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ – ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต — — — — — — — — — — — — — — — — — Golem: Platform that allows users to rent computing power for CGI Rendering What is Golem (GLM)? Golem is a decentralized platform that enables access to computing power without any intermediaries. It allows users to share their unused computing resources or rent unused additional resources. The Golem platform operates on the Ethereum blockchain and uses Golem Network Token for transactions. As a blockchain-based software, it facilitates the buying and selling of computing power for various purposes, such as Artificial Intelligence (AI), cryptocurrency mining, CGI rendering, and complicated computations. How does Golem work? Golem operates on Ethereum blockchain which provides safety and transparency for transactions. Similar to Ethereum, which is known for smart contracts, Golem enables automation of agreements between users. This ensures when a user (Requester) wants to rent computing power and another user (Provider) offers sufficient computing power, which results in smooth and secure transactions. Since Golem’s operation is decentralized meaning that computing power can be distributed among multiple users or providers. This process is called parallel processing which increases efficiency and speed for computing complex transactions. For instance, user wants to render a high-resolution video, the system can distribute the workload across various providers, resulting in highly reduced rendering time. What makes Golem unique? – CGI rendering: Golem helps users or artists who need CGI rendering to rent computing power from other users rather than using high-cost cloud-based services or investing in their hardware. - Application Registry on Golem: Application Registry is a smart contract on Ethereum blockchain that helps developers upload and distribute applications on the Golem Network. This functionality helps users to precisely seek their desired tools and allows providers to manage the programs they run on. Team behind Golem Golem Network was founded in 2018 by Julian Zawistowski (CEO & Founder), Piotr “Viggith” Janiuk (CTO & Co-founder), and Andrzej Regulski (COO & Co-founder). However, the founder first founded Golem Factory in 2016, before the launching of Golem Network 2 years after. Each founder has their unique talents and capabilities, all contributing to the platform’s development. 1. Julian Zawistowski graduated from the Warsaw School of Economics, specializing in International Politics & Economics. As of today, Julian Zawistowski is the CEO of Golem Foundation and before taking this role, Zawistowski was the CEO and Founder of Golem Factory GmbH. 2. Piotr Viggith Janiuk graduated from the University of Warsaw in Mathematics and Computer Science, before starting his career in computer programming. Currently, Janiuk is a Chief Technology Officer (CTO) and Co-founder of Golem. Before taking his current position, Janiuk worked with Chematica on computer-aided synthesis planning (CASP) in 2015. 3. Andrzej Regulski graduated from the Warsaw School of Economics. In the current day, Regulski is an Advisor at the Golem Foundation. Before taking his current role, Regulski was the Chief Operating Officer (COO) and Co-founder of Golem Factory GmbH. What is the GLM token? GLM or Golem Network Token is the utility token of the Golem Network. GLM is being used to access the Golem Network and serves as the currency for transactions when users want to rent computing power. Users could set a bid price for GLM tokens on renting computing power. Providers also earn GLM tokens by offering their computing power for various users. What does GLM use for? Golem token is used to run decentralized applications on the Golem network including: deploying applications on the network, distributing Python tasks using Ray on Golem, and accelerating AI models with decentralized GPU processing. – Golem tokens are accessible to diverse computing power on the Golem Network, including CPU power for rendering, data processing, and complex algorithms. – Golem tokens are able to deploy applications or dockerized services on the Golem Network, which allows deployment without rewriting code. – Golems tokens can be used to scale Python workloads with Ray on Golem, which is a solution that is a combination of decentralized resources with parallelization power of Ray framework. – Golem tokens can be used to utilize AI models using consumer-grade GPU power on the Golem Network. GLM token distribution According to CoinMarketCap data as of March 18, 2025, the total supply of GLM tokens is 1,000,000,000 GLM GLM, with a circulating supply of 1,000,000,000 GLM. The GLM tokens are distributed as follows: — 82.00% — Crowdfunding participants — 6.00% — Golem team — 12.00% — Golem Factory GmbH Interesting Facts About GLM’s Price According to Coinmarketcap data on March 18, 2025, GLM has a market capitalization of $296,704,322.36 USD, or 9,969,646,102.6 Thai Baht. At the time of writing, GLM is trading at approximately $0.2969 USD, or about 9.96 THB per GLM. GLM reached its all-time high of $1.25 USD, or about 42.92 THB, on January 8, 2018. sources: coinmarketcap academy , golem network , coinmarketcap — — — — — — — — — — — — — — — — — Disclaimer: Digital assets involve risks; investors should study information carefully and make investments according to own risk profile. ทำความรู้จัก Golem แพลตฟอร์มที่สามารถเช่าพลังประมวลผลสําหรับ CGI Rendering was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.
นักเทรดควรรู้ ! สรุปภาษีคริปโต นักลงทุนยื่นภาษีอย่างไร? เตรียมความพร้อมก่อนยื่นภาษี 2567
นักเทรดควรรู้ ! สรุปภาษีคริปโต นักลงทุนยื่นภาษีอย่างไร? เตรียมความพร้อมก่อนยื่นภาษี 2567 อัปเดตความพร้อมก่อนยื่นภาษี 2567 คริปโทเคอร์เรนซี หรือ สกุลเงินดิจิทัล ได้กลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมในไทย นักลงทุนในไทยจํานวนมากหันมาซื้อขาย แลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ก็นําพาการท้าทายใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของ “ภาษี” ในการเทรดคริปโตนั้นเอง นักลงทุนในคริปโตควรให้ความสําคัญกับการจัดการภาษี หลัก ๆ คือ เพื่อการปฎิบัติตามข้อกฏหมายที่ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต บทความนี้จะสรุปเนื้อหาสาระสําคัญในการเสียภาษีคริปโต เพื่อให้นักลงทุนจัดการและรับรู้เรื่องภาษีคริปโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่เข้าข่ายในการเสียภาษีคริปโต นักลงทุนที่เทรดคริปโต ณ ปัจจุบัน อาจมีข้อสงสัยว่าตนต้องเสียภาษีจากการเทรดคริปโตหรือไม่ จากการประกาศของสรรพากรในแนวทางการปฎิบัติจัดการเก็บภาษีคริปโทเคอร์เรนซี ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 สรุปได้ว่ากลุ่มคนหรือผู้ที่เข้าข่ายในการเสียภาษีคริปโตมีดังนี้ 1.เป็นผู้ที่มีการจําหน่าย จ่าย โอน หรือแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัล 2.เป็นผู้ขุดคริปโทเคอร์เรนซี 3.เป็นผู้ที่ได้รับคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง 4.เป็นผุ้ที่ได้รับคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัล จากการให้หรือได้รับเป็นรางวัล 5.เป็นผู้ที่ได้รับผลประโยขน์หรือการตอบแทนจากการถือครองคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัล วิธีการคํานวนภาษีคริปโต วิธีในการคํานวนภาษีคริปโตจะมี 2 วิธีการได้แก่ (1) วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (First in, First out) หรือ FIFO วิธีการนี้เป็นการคํานวนต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัล โดยการถือว่าคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัลที่ซื้อมาก่อนจะขายออกไปก่อนตามลําดับ จึงทําให้คริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัลที่มีอยู่ ณ วันสุดท้าย เป็นคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัลที่ซื้อมาครั้งล่าสุด ตัวอย่างของการคํานวนแบบ วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน หรือ FIFO จากตารางข้างต้น รายละเอียดวิธีการคํานวนแบบ FIFO จะมีดังนี้: การคํานวนของเหรียญ A — ในวันที่ 2/2/67 นาย ก ได้ทําการซื้อเหรียญ A จํานวน 1 เหรียญในราคา 1200 บาท ราคานี้จึงเป็นราคาต้นทุนของเหรียญ — ในวันที่ 17/2/67 นาย ก ได้ทําการขายเหรียญ A จํานวน 1 เหรียญในราคา 1600 บาท — ในที่นี้ นาย ก จะมีกําไรจากเหรียญ A เป็นจํานวน 400 บาท เพราะ 1600 -1200 = 400 บาท การคํานวนกําไรของเหรียญ B — ในวันที่ 2/2/67 นาย ก ได้ทําการซื้อเหรียญ B จํานวน 1 เหรียญในราคา 1000 บาท ราคานี้จึงเป็นราคาต้นทุนของเหรียญ — ในวันที่ 17/2/67 นาย ก ได้ทําการขายเหรียญ B จํานวน 1 เหรียญในราคา 800 บาท — ในที่นี้ นาย ก จะขาดทุนจากเหรียญ B เป็นจํานวน 200 บาท เพราะ 800–1000 = -200 บาท รายรับสุทธิของนาย ก โดยวิธีการคํานวนแบบ FIFO ของเหรียญ A และ B จะเท่ากับ = 400–200 = 200 การยื่นภาษีในกรณีหากได้กําไร ในกรณีที่รายรับสุทธิจากการขายเหรียญของนาย ก เป็นกําไรในจํานวนเงินที่ 200 บาท นาย ก ต้องยื่นเสียภาษีสําหรับการซื้อขายคริปโต เป็นจํานวนเงิน 200 บาทนั้นเอง (2) วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ย หรือ Moving Average Cost วิธีการนี้เป็นการคํานวนต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัล แต่ละประเภทจะกําหนดจากการถัวเฉลี่ยต้นทุนประเภทเดียวกัน ณ วันต้นปีกับต้นทุนที่ได้ทําการซื้อมาในระหว่างปี ซื่งจะคํานวนทุกครั้งที่ได้ทําการซื้อ ตัวอย่างของการคํานวนแบบ วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ย หรือ Moving Average Cost จากตารางข้างต้น รายละเอียดวิธีการคํานวนแบบ Moving Average Cost จะมีดังนี้: การคํานวนของเหรียญ A — ในวันที่ 2/2/67 นาย ก ได้ซื้อเหรียญ A จํานวน 1 เหรียญในราคา 1000 บาท — ในวันที่ 4/2/67 นาย ก ได้ซื้อเหรียญ A จํานวน 1 เหรียญในราคา 800 บาท — การคํานวนต้นทุนของเหรียญ A = (1000 + 800) / 2 = 900 บาท — ในวันที่ 17/2/67 นาย ก ได้ทําการขายเหรียญ A จํานวน 1 เหรียญในราคา 700 บาท — ในที่นี้ นาย ก จะขาดทุนจากเหรียญ A เป็นจํานวน 200 บาท เพราะ 800–1000 = — 200 บาท การคํานวนของเหรียญ B — ในวันที่ 2/2/67 นาย ก ได้ซื้อเหรียญ B จํานวน 1 เหรียญในราคา 900 บาท — ในวันที่ 4/2/67 นาย ก ได้ซื้อเหรียญ B จํานวน 1 เหรียญในราคา 600 บาท — การคํานวนต้นทุนของเหรียญ B = (900 + 600) / 2 = 750 — ในวันที่ 17/2/67 นาย ก ได้ทําการขายเหรียญ B จํานวน 1 เหรียญในราคา 750 — ในที่นี้ นาย ก จะไม่ได้กําไรหรือขาดทุน เพราะราคาต้นทุนถัวเฉลี่ยอยู่ที่ 750 บาท และราคาขายอยู่ที่ 750 บาท จึงทําให้นาย ก อยู่ในจุดที่เท่าทุน รายรับสุทธิของนาย ก โดยวิธีการคํานวนแบบ Moving Average Cost ของเหรียญ A และ B จะเท่ากับ = -200 + 0 = -200 การยื่นภาษีในกรณีหากขาดทุน ในกรณีที่รายรับสุทธิจากการขายเหรียญของนาย ก นั้นขาดทุนในจํานวนเงิน 200 บาท จะถือว่านาย ก ไม่ได้รับรายได้จากการซื้อขายคริปโต ทําให้นาย ก ไม่ต้องยื่นเสียภาษีสําหรับการซื้อขายคริปโตนั้นเอง ข้อมูลสาระสําคัญเพิ่มเติม 1.ในทุกกรณีของผู้ที่เข้าข่ายในการเสียภาษีคริปโต จําเป็นที่จะต้องยื่นภาษีแบบ ภ.ง.ด.90/91 สําหรับปีภาษีดังกล่าว ภายในวันที่ 31 มี.ค. ของปีถัดไป 2.เอกสารหลักฐานในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 มีดังนี้ — จํานวนเหรียญที่ซื้อขาย — มูลค่าของคริปโทเคอร์เรนซี ณ วันที่ทําธุรกรรม — อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง — รายละเอียดของผู้ซื้อหรือผู้ขาย สําหรับการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัล (ถ้ามี) — หลักฐานใบกํากับภาษี หรือ ในเสร็จค่าใช้จ่าย — หนังสือการรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) 3.ในการคํานวนต้นทุนจะต้องเลือกใช้วิธีใดวิธีนึง (FIFO หรือ Moving Average Cost) และจะต้องใช้วิธีที่เลือกไปตลอดทั้งปีภาษี แต่สามารถเลือกเปลี่ยนวิธีการคํานวนได้ในปีถัด ๆ ไป 4.ในการคํานวนต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัลจะต้องรวมค่าใช้จ่ายและค่าซื้อ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าโอน 5.มูลค่าต้นทุนของคริปโทเคอร์เรนซี / โทเคนดิจิทัลที่คงเหลือไว้ถึงสิ้นปี เป็นการถือโดยไม่มีการ จําหน่าย จ่าย โอน แลกเปลี่ยน จะถือว่ายังไม่มีเงินได้พึงประเมิน และให้ถือมูลค่าต้นทุนปีนี้ไปเป็นต้นทุนในปีภาษีถัดไปด้วย รวมข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษีคริปโต ข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีคริปโตคือ พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 ข้อกฏหมายในฉบับได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมใสส่วนของ มาตรา 40 และ 50 รายละเอียดของข้อกฏหมายมีดังนี้ 1.มาตรา 40(4)(ซ) เงินส่วนแบ่งของกําไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล 2.มาตรา 40(4)(ฌ) ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน 3.มาตรา 50(ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ช) และ (ฌ) ให้คํานวนหักในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ การผ่อนปรนภาษีของสรรพากร ทางกรมสรรพากรได้ออกแนวทางในการผ่อนปรนภาษีภายใต้กฏหมายปัจจุบัน และแบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ ภาษีเงินได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.ภาษีเงินได้ ทางสรรพากรได้ออกแนวทางเพื่อให้สามารถเอาผลขาดทุนมาหักลบกับกําไรในปีภาษีเดียวกัน ซึ่งจะเข้าเงื่อนไงนี้ได้เฉพาะ ผู้ประกอบธุรกิจ หรือ Exchange ที่อยู่ในภายใต้การกํากับดูแลของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) 2.ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ธุรกรรมที่ผ่าน Exchange ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) จะไม่สามารถระบุตัวตนผู้รับเงิน และ ไม่ทราบจํานวนเงินที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายได้ จึงทําให้ไม่ครบองค์ประกอบการหักภาษี จึงไม่จําเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม ทางสรรพากรได้ยกเว้น VAT สําหรับธุรกรรมที่กระทําผ่าน ผู้ประกอบธุรกิจ หรือ Exchange ที่อยู่ภายใต้การดูแลของการกํากับดูแลของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (Retail CDBC) สรุปการจ่ายภาษีคริปโตจากประเด็นที่หลายคนสังสัย 1.คำนวณภาษีเงินจากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยนำผลขาดทุนมาหักลบกับกำไรได้ 2.ยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และ VAT 3.เลือกคำนวณต้นทุน แบบใดแบบหนึ่ง เช่น เข้าก่อน-ออกก่อน (First in, First out), วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average Cost) 4.ตรวจสอบราคาอิงอ้างตามที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น ศูนย์ซื้อขายในประเทศไทยราคาเฉลี่ย 24 ชม., ศูนย์ซื้อขายในต่างประเทศ 100 อันดับแรกบน CoinMarketCap, ราคาจากเว็บไซต์ coinmarket.com 5.ยื่นภาษีสามารถกรอกตัวเลขโดยไม่ต้องแนบหลักฐาน 6.กำไรที่เก็บไว้บน Exchange แต่ยังไม่ถอนออกมาเป็นเงินสด จะนับเป็นรายได้และต้องเสียภาษี 7.กรณีที่ได้กำไรจากคริปโต แต่ไม่ต้องเสีย ประกอบด้วย มีรายได้จากการเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียว และได้กำไรไม่เกิน 60,000 บาท, มีรายได้จากการเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียว และได้กำไรไม่เกิน 210,000 บาท แต่ต้องยื่นภาษี, อายุครบ 65 ปี หรือมีบัตรประจำตัวผู้พิการ และมีกำไรจากการขายคริปโตฯ ตลอดปีไม่เกิน 400,000 บาท ที่มา: bitkub, finnomena, กรมสรรพากร, ประมวลรัษฎากร , isranews คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นักเทรดควรรู้ ! สรุปภาษีคริปโต นักลงทุนยื่นภาษีอย่างไร? เตรียมความพร้อมก่อนยื่นภาษี 2567 was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ข่าวรายสัปดาห์ 8–14 มีนาคม: ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯผันผวนใน 4 เดือนกระทบ Bitcoin | วุฒิสภาสหรัฐฯยกเลิก
ข่าวรายสัปดาห์ 8–14 มี.ค. 68: ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯผันผวนใน 4 เดือนกระทบ Bitcoin | วุฒิสภาสหรัฐฯผ่านมติยกเลิกกฎโบรกเกอร์ DeFi | Doge ร่วง 34% หลังทรัมป์ชนะ Bitkub Blog รวบรวมข่าวเด่นในวงการคริปโทเคอร์เรนซีและบล็อกเชนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาให้อ่านกันที่นี่แล้ว มีข่าวอะไรที่นักลงทุนไม่ควรพลาดบ้าง มาดูกันได้เลย! เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการนำข่าวสารย้อนหลังตลอดช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากเว็บไซต์ต่างประเทศมาเรียบเรียงและสรุปให้เข้าใจง่าย ไม่ได้เป็นการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด — — — — — — — — — — ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ผันผวนมากที่สุดในรอบ 4 เดือน อาจทำให้การฟื้นตัวของราคา Bitcoin หลังดัชนี CPI ชะลอตัวลง ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีแนวโน้มว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลดังกล่าวทำให้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะฟื้นตัวถึง 90,000 ดอลลาร์หรือสูงกว่านั้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 82,000 ดอลลาร์ Matt Mena นักยุทธศาสตร์การวิจัยคริปโตจาก 21Shares กล่าวในอีเมลว่า “แม้ว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงและความกลัวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังคงเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เลวร้ายลง Bitcoin อาจอยู่ในช่วงการทะลุระดับราคาที่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ที่ยากจะต้านทานได้” อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาดไว้ เนื่องจาก Merrill Lynch Option Volatility Estimate Index (MOVE) ซึ่งใช้วัดความผันผวน 30 วันในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 115 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน ตามข้อมูลจาก TradingView โดยดัชนีดังกล่าวพุ่งขึ้น 38% ในเวลา 3 สัปดาห์ ที่มา : CoinDesk — — — — — — — — — — วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านมติยกเลิกกฎโบรกเกอร์สำหรับ DeFi ของกรมสรรพากรนำมาสู่ชัยชนะด้านความเป็นส่วนตัวและนวัติกรรม สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ลงมติให้ยกเลิกกฎเกณฑ์นายหน้า DeFi ที่นำเสนอโดยกรมสรรพากร (IRS) ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การยกเลิกมาตรการดังกล่าวผ่านด้วยการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคอย่างแข็งขัน โดยมีสมาชิกรัฐสภา 292 คนลงมติเห็นชอบ ในขณะที่ 132 คนคัดค้าน แม้ว่าสมาชิกรัฐสภาจำนวนมากของพรรคเดโมแครตจะคัดค้านการยกเลิก แต่ 76 คนก็แยกตัวออกมาเพื่อเข้าร่วมกับพรรครีพับลิกันในการล้มล้างกฎเกณฑ์ดังกล่าว เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา IRS ได้สรุปกฎเกณฑ์โบรกเกอร์ โดยขยายข้อกำหนดการรายงานภาษีให้รวมถึงผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย กฎเกณฑ์ดังกล่าวได้จำแนกนายหน้า รวมถึงผู้ประกอบการแบบ front-end บน DeFi ว่ามีหน้าที่ในการบังคับใช้มาตรการ Know Your Customer (KYC) ติดตามกิจกรรมของผู้ใช้ รายงานธุรกรรม และรับรองการปฏิบัติตาม นักวิจารณ์โต้แย้งว่าการนำข้อกำหนดเหล่านี้ไปใช้กับแพลตฟอร์ม DeFi นั้นไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ ซึ่งแตกต่างจากการแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์ ซึ่งแพลตฟอร์ม DeFi ไม่ได้ควบคุมเงินทุนของผู้ใช้หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ ที่มา : CryptoSlate — — — — — — — — — — Dogecoin ร่วง 34% ในหนึ่งเดือน เช่นเดียวกับกำไรจากการระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ กำลังหายไป ข้อมูลจาก CoinGecko แสดงให้เห็นว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคมเหรียญ Dogecoin ร่วงแตะระดับต่ำสุดที่ 0.145 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่หลังจากนั้นก็ฟื้นตัวขึ้นมา 6% แม้จะเป็นเช่นนั้น มูลค่าปัจจุบันของเหรียญก็ยังต่ำกว่าเมื่อปีที่แล้ว หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดล่าสุดที่ 0.48 ดอลลาร์ในสัปดาห์หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งเป็นมิตรกับคริปโตได้รับชัยชนะเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งความสนใจใน Dogecoin บนตลาดอนุพันธ์ (derivatives markets) ลดลงอย่างมาก โดยปัจจุบันความสนใจบนตลาดอยู่ที่ 1,370 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ CoinGlass การเดิมพันทั้งหมดเกี่ยวกับราคาในอนาคตของสกุลเงินดิจิทัลในเดือนมกราคมพุ่งสูงถึง 5.28 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากกระแสความนิยมในสกุลเงินดิจิทัล ขณะนี้มูลค่าความสนใจในสกุลเงินดิจิทัลของสหรัฐฯ อยู่ต่ำกว่าระดับในวันเลือกตั้งเพียงเล็กน้อย โดยความสนใจในสกุลเงินดิจิทัลลดลง เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์จากการประกาศเกี่ยวกับภาษีการค้า ซึ่งจุดชนวนให้เกิดสงครามการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านของอเมริกา นักลงทุนรู้สึกที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับผู้นำคนใหม่ของอเมริกากำลังถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นสหรัฐฯ ที่มา : Decrypt — — — — — — — — — — Metaplanet สะสม Bitcoin เพิ่มอีก 162 เหรียญ ตั้งเป้าสะสมให้ครบ 10,000 BTC ในปี 2025 บริษัทการลงทุน Metaplanet ที่จดทะเบียนในโตเกียวประกาศเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ว่าได้ซื้อ BTC เพิ่มเติมอีก 162 BTC ทำให้มี BTC ทั้งหมดที่ถือครองอยู่ 3,050 BTC โดยบริษัทใช้เงินไปประมาณ 13.5 ล้านดอลลาร์ในการซื้อล็อตล่าสุดที่ราคา 83,123 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ ทางด้าน Simon Gerovich ซีอีโอของ Metaplanet กล่าวบนเว็บไซต์ X ว่า “มูลค่า Bitcoin ทั้งหมดที่ถือครองอยู่ที่ประมาณ 249.4 ล้านดอลลาร์ในอัตราตลาดปัจจุบัน ในขณะที่ถูกซื้อไปในราคาประมาณ 253.7 ล้านดอลลาร์” ซึ่งนับตั้งแต่ประกาศกลยุทธ์การซื้อ Bitcoin ในเดือนเมษายน 2024 บริษัทได้สะสม Bitcoin ต่อไปเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของตนโดยกำหนดให้การดำเนินงานด้านคลัง Bitcoin เป็นสายธุรกิจหลักในเดือนธันวาคม และเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสะสม BTC จำนวน 10,000 BTC ภายในสิ้นปีนี้ และยังกล่าวอีกว่าบริษัทมีเป้าหมายที่จะถือ BTC จำนวน 21,000 BTC ภายในสิ้นปี 2026 ที่มา : The Block — — — — — — — — — — Ethereum ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อเทียบกับ Bitcoin ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 8.8% ข้อมูลจาก CoinMarketCap แสดงให้เห็นว่าคู่ซื้อขาย ETH/BTC ร่วงลงมาที่ 0.024 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ซึ่งบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งที่ลดลงของ Ethereum เมื่อเทียบกับ Bitcoin ซึ่งตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาด ซึ่งส่งผลต่อการครองตลาดของ Ethereum ก็ลดลงเช่นกัน โดยลดลงเหลือ 8.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020 ในทางตรงกันข้าม Bitcoin ยังคงรักษาการครองตลาดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2022 การครองตลาดของ BTC เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 61.1% ของตลาดคริปโต ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของ Bitcoin Rajat Soni นักวิเคราะห์ด้านคริปโตได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการประเมินมูลค่าของ ETH เมื่อเทียบกับ BTC โดยชี้ให้เห็นว่าในปี 2017 จำนวน 1 BTC สามารถซื้อ ETH ได้ประมาณ 6 ETH ปัจจุบัน Bitcoin จำนวนเท่ากันสามารถซื้อ ETH ได้ประมาณ 42 ETH ซึ่งเน้นย้ำถึงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของมูลค่า Ethereum เมื่อเวลาผ่านไป ที่มา : CryptoSlate — — — — — — — — — — คำเตือน: -คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ -สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ -ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต — — — — — — — — — — Weekly News (March 8–14, 2025): U.S. Bond Market Sees Highest Volatility in 4 Months, Impacting Bitcoin | U.S. Senate Passes Resolution to Repeal DeFi Broker Rule | Dogecoin Drops 34% After Trump’s Victory Stay ahead in the world of cryptocurrency and blockchain with Bitkub Blog! We’ve rounded up the hottest news from the past week, all in one place. Wondering what investors need to know right now? Let’s dive in! This curated summary brings you the top stories from global sources, broken down into bite-sized insights for easy understanding. (P.S. Remember, this is for your knowledge only — it’s not investment advice!) — — — — — — — — — — 4-Month High in Bond Volatility Clouds Bitcoin’s Post-CPI Rally U.S. inflation data for February came in lower than expected, increasing the likelihood that the Federal Reserve will cut interest rates. This data has led analysts to predict that Bitcoin’s price will recover to $90,000 or higher, from its current level of around $82,000. Matt Mena, a crypto research strategist at 21Shares, stated in an email, ‘Even though inflation is slowing and fears of a recession persist, they have not worsened. Bitcoin may be in a position to break through the formidable $90,000 price level.’ However, the upward adjustment may occur more slowly than anticipated, as the Merrill Lynch Option Volatility Estimate Index (MOVE), which measures 30-day volatility in the U.S. bond market, has risen to 115, the highest level since November 6th, according to data from TradingView. The index has surged by 38% in three weeks. Source: CoinDesk — — — — — — — — — — Bipartisan Vote Repeals IRS DeFi Broker Rule, Protecting Privacy The U.S. Senate has passed a resolution to repeal the DeFi broker regulations proposed by the Internal Revenue Service (IRS) under President Joe Biden’s administration, which had drawn considerable criticism. The repeal of these measures passed with strong bipartisan support, with 292 members of Congress voting in favor, while 132 opposed. Although many Democratic members of Congress opposed the repeal, 76 broke ranks to join Republicans in overturning the regulations. Last December, the IRS finalized the broker regulations, extending tax reporting requirements to digital asset operators. The regulations classified brokers, including front-end operators on DeFi platforms, as having the duty to enforce Know Your Customer (KYC) measures, track user activity, report transactions, and ensure compliance. Critics argued that applying these requirements to DeFi platforms was practically impossible. Unlike centralized exchanges, DeFi platforms do not control user funds or have access to personal information, making it impossible to comply with such regulations. Source: CryptoSlate — — — — — — — — — — 34% Decline: Dogecoin’s Election Rally Unravels Data from CoinGecko shows that on March 11th, Dogecoin fell to a low of $0.145, its lowest level since October of last year. However, it has since recovered by 6%. Even so, the coin’s current value is lower than it was last year, after surging to its most recent high of $0.48 in the week after the crypto-friendly President Donald Trump’s victory on November 5th. Interest in Dogecoin in the derivatives markets has decreased significantly, with current market interest at $1.37 billion. According to CoinGlass data, total bets on the future price of the cryptocurrency in January soared to $5.28 billion due to the popularity of the cryptocurrency. Currently, the value of cryptocurrency interest in the U.S. is only slightly below the level on election day. Interest in cryptocurrency has declined as President Trump’s announcements regarding trade taxes, which triggered a trade war with America’s neighbors, caused investors to feel uncertain about America’s new leader and withdraw funds from risky assets such as U.S. stocks. Source: Decrypt — — — — — — — — — — Metaplanet Accumulates Another 162 Bitcoin, Aims to Accumulate 10,000 BTC by 2025 Tokyo-listed investment company Metaplanet announced on March 12th that it has purchased an additional 162 BTC, bringing its total BTC holdings to 3,050 BTC. The company spent approximately $13.5 million on the latest purchase at a price of $83,123 per Bitcoin. Simon Gerovich, CEO of Metaplanet, stated on X, ‘The total value of Bitcoin held is approximately $249.4 million at the current market rate, while it was purchased at approximately $253.7 million.’ Since announcing its Bitcoin buying strategy in April 2024, the company has continued to accumulate Bitcoin to affirm its commitment, designating Bitcoin treasury operations as a core line of business in December, and to achieve its goal of accumulating 10,000 BTC by the end of this year. He also stated that the company aims to hold 21,000 BTC by the end of 2026. Source: The Block — — — — — — — — — — Ethereum Falls to 5-Year Low Against Bitcoin, Market Share Drops to 8.8% Data from CoinMarketCap shows that the ETH/BTC trading pair has fallen to 0.024, the lowest point since December 2020, indicating a decline in Ethereum’s strength compared to Bitcoin. This underscores a shift in the market, which has also decreased Ethereum’s market dominance. It has fallen to 8.8%, the lowest level since May 2020. In contrast, Bitcoin has consistently maintained its market dominance. Since 2022, BTC’s market dominance has steadily increased, reaching 61.1% of the crypto market, marking one of Bitcoin’s longest periods of sustained growth. Crypto analyst Rajat Soni explained the significant change in the valuation of ETH compared to BTC, pointing out that in 2017, 1 BTC could buy approximately 6 ETH. Currently, the same amount of Bitcoin can buy approximately 42 ETH, highlighting the significant decrease in Ethereum’s value over time. Source: CryptoSlate — — — — — — — — — — Disclaimer: -Cryptocurrency is highly risky; investors may lose all investment money. -Digital assets involve risks; investors should study information carefully and make investments according to own risk profile. -Past Returns does not guarantee future returns/performance. ข่าวรายสัปดาห์ 8–14 มีนาคม: ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯผันผวนใน 4 เดือนกระทบ Bitcoin | วุฒิสภาสหรัฐฯยกเลิก was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.